โรงงานผลิตปุ๋ย รับทำแบรนด์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี

โรงงานผลิตปุ๋ย รับทำแบรนด์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี

     ประเทศไทยถือเป็นประเทศแห่งการเกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีโรงงานปุ๋ยที่ราคาถูก เชื่อถือได้ แถมยังได้ปุ๋ยที่คุณภาพดี ซึ่งตัวปุ๋ยที่ผลิตได้ก็มีหลายประเภทและหลายสูตรให้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการทำเกษตรในแบบที่ต่างกันออกไปของแต่ละคน เกษตรกรจึงจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับพืชที่ตัวเองต้องการปลูก เพื่อให้ใช้ปุ๋ยได้ตรงประเภทกับพืชที่ตนเองปลูกไว้ เนื่องจากปุ๋ยถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญทำให้ได้ผลผลิตของพืชสมบูรณ์ตามต้องการ นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนหากใช้ปุ๋ยได้ตรงตามประเภทพืชที่ตนเองปลูกอีกด้วย      การเลือกปุ๋ยจะมีความหลากหลายมาก นั้นเป็นสาเหตุที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการพอสมควร ทั้งเรื่องของส่วนประกอบของวัสดุปุ๋ย ธาตุอาหาร ซึ่งหากส่วนประกอบธาตุอาหารมีคุณภาพ เกรดของปุ๋ยก็จะดีและมีราคาที่สูงขึ้นไปด้วย ทางโรงงานที่มีประสบการณ์เฉพาะทางจึงจะสามารถเข้ามาช่วยให้คำปรึกษาและผลิตปุ๋ยที่เหมาะกับการเกษตรให้กับผู้จ้างผลิตเพื่อช่วยให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพหรือผลิตปุ๋ย ที่เหมาะกับการนำไปจำหน่ายต่อได้      ด้วยความที่ประเทศไทยมีโรงงานผลิตปุ๋ยหลายเจ้าทำให้ผู้จ้างผลิตไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้บริการรับจ้างผลิตปุ๋ยเจ้าไหนดีวันนี้เราจะพามาดูวิธีการเลือกโรงงานผลิตปุ๋ยให้ตรงกับความต้องการของคุณกัน 1. เลือกโรงงานที่มีเอกสารรับรองคุณภาพ     ควรเลือกโรงงานที่มีเอกสารรับรองคุณภาพ สามารถการันตีมาตรฐานการผลิตอย่างเช่น ISO หรือหนังสือรับรอง ใบอนุญาต ที่จะช่วยทำให้โรงงานดูน่าเชื่อถือ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดเนื่องจากการผลิต 2. ตรวจสอบปริมาณการผลิต     ตรวจสอบถึงกำลังการผลิตปุ๋ยของทางโรงงานว่าเพียงพอต่อความต้องการใช้หรือไม่ ปริมาณที่ผลิตได้อาจไม่มีผลเท่าไหร่ในกรณีที่จ้างผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง แต่ถ้าหากผลิตปุ๋ยไว้จำหน่าย ความสามารถในการผลิตจะเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก 3. ต้องทราบรายละเอียดกับโรงงานผลิตปุ๋ย     โรงงานผลิตปุ๋ยแต่ละที่จะมีเทคโนโลยีและวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยที่ตนเองถนัดแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าว่าต้องการปุ๋ยแบบไหน ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำ หรือกระทั่งปุ๋ยมูลสัตว์ 4. ลองเยี่ยมชมโรงงานผลิตปุ๋ย     ในการที่จะจ้างผลิตปุ๋ยนั้นอีกสิ่งนึงที่สำคัญและจำเป็นต้องทำคือการไปเยี่ยมชมโรงงานปุ๋ย เพื่อที่จะได้เห็นกรรมวิธีการผลิตว่าโรงงานที่เรารับจ้างผลิตใช้เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากน้อยแค่ไหนและการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ 5. ปรึกษาเรื่องสูตรปุ๋ยกับทางโรงงานพร้อมเปรียบเทียบราคา     ในการจ้างผลิตปุ๋ยคุณก็จำเป็นที่จะต้องอธิบายความต้องการ อธิบายสูตรปุ๋ยที่คุณต้องการให้ทางโรงงานผลิต […]

แมลงศัตรูพืช

แมลงศัตรูพืช

ในการทำเกษตรนั้นหนึ่งในปัญหาหลักๆที่ชาวเกษตรจะต้องได้พบคือปัญหาแมลงศัตรูพืชที่ระบาดในที่ทำการเกษตร ทำให้สมดุลของระบบนิเวศในที่เพาะปลูกเสียหาย นั่นจึงเป็นเหตุที่เกษตรกรจะต้องหมั่นสำรวจและสังเกตการเปลี่ยนแปลงของจำนวนแมลงศัตรูพืช และศัตรูธรรมชาติอื่นๆว่าอยู่ในภาวะสมดุลหรือไม่ ทั้งนี้หากสำรวจแล้วแมลงศัตรูพืชและศัตรูตามธรรมชาติสมดุลอยู่แล้ว เกษตรกรไม่ควรดำเนินการใดๆ เพราะอาจทำให้สมดุลเสียและเกิดการทำให้ประชากรศัตรูพืชระบาด เมื่อไหร่ก็ตามที่ทำให้กลไกธรรมชาติในการจัดการแมลงศัตรูพืช และศัตรูพืชไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรก็อาจจะต้องแทรกแซงกลไกธรรมชาติเพื่อทำการกำจัดแมลงศัตรูพืช และศัตรูพืชอื่นๆด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีก็มีมากมายทั้งเรื่องของการเลี้ยงขยายพันธุ์ศัตรูธรรมชาติ การใช้สมุนไพร หรือง่ายกว่านั้นจะเป็นในส่วนของการใช้เคมีหรือจุลินทรีย์ในการกำจัดแมลงศัตรูพืชและศัตรูพืชตามธรรมชาติอื่นๆ เรามาทำความรู้จักแมลงศัตรูพืชกันหน่อยดีกว่า แมลงศัตรูพืช คือสัตว์ที่มีลำตัวเป็นปล้อง สร้างความเสียหายแกพืชที่เพาะปลูก เป็นสัตว์ที่ลำตัวแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือศรีษะ อก และท้อง มีผนังหุ้มลำตัวที่แข็ง มีการเจริญเติบโตด้วยการอาศัยการลอกคราบ โดยแมลงก็จะมีหลายชนิดออกไปโดยจะมีการแบ่งชนิดของแมลงตามลักษณะการทำลายดังนี้ 1. แมลงจำพวกกัดกินใบ เช่น หนอน ตั๊กแตน ด้วง โดยแมลงศัตรูพืชพวกนี้มีปากแบบกัดกิน สามารถกัดกินใบทั้งหมด หรือกัดกินเฉพาะตัวใบแล้วเหลือเส้นใบไว้ ทำให้พืชไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ขาดการสะสมอาหาร และขาดยอดอ่อนสำหรับการเจริญเติบโตต่อไป ส่งผลอย่างหนักกับพืชในเรื่องของการเจริญเติบโตจนถึงขั้นพืชตายได้ 2.แมลงจำพวกดูดกินน้ำเลี้ยง เช่น  เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยแป้ง เป็นแมลงจำพวกที่มีปากแบบดูด สามารถแทงและดูดน้ำเลี้ยงจากใบ ยอดอ่อน กิ่ง ลำต้น ดอก หรือผล ทำให้พืชที่ถูกดูดกินน้ำเลี้ยงมีรอยไหม้ ใบม้วนเหี่ยว ไม่เจริญเติบโต หรือแคระแกร็น ซึ่งแมลงจำพวกนี้เป็นสาเหตุสำคัญในการถ่ายทอดและแพร่กระจายโรคพืชที่มีเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุอีกด้วย 3.แมลงจำพวกกัดกินราก เช่น ด้วงดีด จิ้งหรีด แมลงกระชอน […]

จัดสวนเสริมดวง! จัดทั้งทีจัดให้ปัง!

จัดสวนเสริมดวง! จัดทั้งทีจัดให้ปัง!

ในปัจจุบันนี้คนหลายๆคนปลูกบ้านก็ต้องการที่จะทำสวนไว้ที่หน้าบ้านเพื่อทำให้บ้านรู้สึกมีความร่มรื่นและมีสถานที่ไว้สำหรับทำกิจกรรมที่เราชื่นชอบในช่วงเวลาผักผ่อนและผ่อนคลายไปกับบรรยกาศดีๆเหล่านั้น แต่ถึงกระนั้นการที่เราแต่งสวนเราก็จะแต่งตามความชอบของเราเท่านั้น แต่หากว่าการจัดสวนหน้าบ้านนอกจากจะช่วยให้ได้ความร่มรื่นมีสถานที่พักผ่อนผ่อนคลายจิตใจและสายตาแล้วยังสามารถช่วยเสริมสิริมงคลทำพาความโชคดีต่างๆเข้ามาให้เราด้วยละ? มันจะดีกว่าไหม? วันนี้ iFK LAB จะพามาดูวิธีการจัดสวนยังไงให้คุณได้ทั้งสวนที่สวยและเสริมโชคให้กับเจ้าของบ้านอีกด้วย!   1.ไม่ปลูกต้นขวางประตูหน้าบ้าน เริ่มจากหน้าบ้านของเรากันก่อนเลย ซึ่งหน้าบ้านนั้นควรจะเป็นบริเวณที่โล่ง สบายตา ไม่มีอะไรมาขวางกั้น โดยเฉพาะในส่วนของต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากจะเป็นการขวางกระแสพลังดีดีที่จะเข้ามาสู่ตัวบ้านของเรา เพราะต้นไม้จะไปบังทิศทางลมที่จะเข้ามาในตัวบ้าน ส่งผลในเรื่องของการถ่ายเทอากาศ หากต้องการปลูกต้นไม้หน้าบ้านจึงควรเป็นไม้พุ่มที่ไม่สูงมากนัก 2. ปลูกค้นไม้เสริมสิริมงคล ต้นไม้แต่ละต้นจะมีบางต้นที่มีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคล ปลูกแล้วเสริมดวง เสริมโชคลาภให้กับผู้ปลูก ซึ่งแน่นอนการปลูกต้นไม้มงคลก็จะช่วยส่งเสริมเรื่องต่างๆให้ชีวิตของเรานั้นดีขึ้นการปลูกต้นไม้มงคลจึงเป็นตัวเลือกสำคัญที่ควรทำสำหรับคนที่ต้องการจัดสวน 3. น้ำพุและบ่อเลี้ยงปลา หากพูดถึงสิ่งที่ช่วยเสริมโชคลาภแล้วสิ่งที่จะช่วยให้เงินทองไหลมาเทมาก็คือ “น้ำ” ทำให้การที่ในสวนของเรามีทั้งน้ำพุและบ่อเลี้ยงปลา จะช่วยเสริมโชคลาภทำให้มีเงินทองไหลเวียนเข้ามา ซึ่งการจะทำน้ำพุหรือบ่อเลี้ยงปลานั้นควรทำให้น้ำไหลตลอดเวลา เนื่องจากการที่น้ำหยุดนิ่งจะสื่อถึงการที่การเงินหยุดนิ่งด้วย 4. สวนหลังบ้านต้องหนักแน่น สำหรับการจัดสวนบริเวณหลังบ้านนั้น ควรเสริมด้วยหินตกแต่งต่างๆเพื่อเสริมความหนักแน่น ความมั่นคงให้กับบ้าน เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่า หลังบ้านจะเป็นบริเวณที่กักเก็บพลังให้กับบ้าน นอกจากนี้การตกแต่งด้วยหินจะช่วยในเรื่องของอำนาจและบารมีอีกด้วย 5. ปลูกต้นไม้ตามทิศ สิ่งสุดท้ายที่ต้องคำนึงคือเราจะปลูกต้นไม้มงคลของเราไว้ในสวนแต่จะจัดวางต้นไม้ไว้ตรงไหนดีละ? การปลูกต้นไม้ตามทิศก็มีผลต่อการเสริมดวง เสริมฮวงจุ้นเหมือนกัน หากปลูกต้นไม้ผิดทิศนอกจากจะไม่ช่วยเสริมดวงแล้วอาจจะไปขัดความเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย ทิศเหนือ ต้นไม้ใบใหญ่สีเขียว ช่วยเสริมเรื่องการงานให้ราบรื่น ทิศตะวันออก เน้นต้นไม้หรือดอกที่สีสันสดใส ต้นสูงโปร่ง ใบแหลมเรียว ส่งเสริมเรื่องความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ทิศตะวันตก ตกแต่งด้วยหินโทนสีเข้ม เสริมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ไหวพริบ และการเจรจา […]

5 อันดับทุเรียนสุดอร่อย!

5 อันดับทุเรียนสุดอร่อย!

 ทุเรียน ถือว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้” เนื่องจากลักษณะเด่นที่เปลือกมีหนามแหลมคมคล้ายมงกุฎของพระราชา นอกจากรูปร่างที่ดูแปลกตาแล้ว ในส่วนของรสชาติก็ยังอร่อยมีความนุ่มนิ่มละมุนลิ้น หาผลไม้อื่นเทียบได้ยาก ในประเทศไทยนั้นมีทุเรียนมากกว่า 30 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีเสน่ห์ในเรื่องของรสชาติ สี ผิวสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงจะพามาดู 5 อันดับทุเรียนที่อร่อยทีสุดในประเทศไทย จะมีพันธุ์อะไรบ้างมาดูกันเลย! อันดับที่ 5 ทุเรียนป่าละอู เป็นทุเรียนหมอนทองที่ปลูกในพื้นที่ป่าละอู จังหวัดประจวบศีรีขันธ์ มีลักษณะที่โดดเด่นเฉพาะตัวตรง รสหวาน เนื้อหนาเนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อมีความแห้งและมันมากกว่าความหวาน กลิ่นไม่รุนแรง เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย อันดับที่ 4 ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นทุเรียนผสมทั้งพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี และพันธุ์ก้านยาว มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวจากการปลูกในสภาพดินภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุหลายชนิด ทำให้ผลผลิตมีความพิเศษ คุณภาพสูง รสชาติหวานมัน กลิ่นหอมปานกลาง เนื้อมีความละเอียด เนียนนุ่ม แห้ง เนื้อเหลืองสม่ำเสมอทั้งผล เปลือกบางสีเขียวอมเหลือง หนามค่อนข้างถี่ เมล็ดมีขนาดเล็ก อันดับที่ 3 ทุเรียนก้านยาว ถือเป็นสุดยอดทุเรียนของจังหวัดนนทบุรี เพราะเป็นทุเรียนที่มีราคาแพงหารับประทานได้ยาก รสชาติจะมีความหวานมันกลมกล่อม ก้านยาวของทุเรียนจะมีสีเข้มกว่าทุเรียนจากที่อื่น ตัวเนื้อจะมีความละเอียด มีเมล็ดที่ใหญ่ ตัวเนื้อหนาปานกลางสีเหลือง มีกลิ่นอ่อนๆไม่ฉุน อันดับที่ 2 […]

วิธีแก้ไขปัญหาโรครากเน่าโคนเน่า!

วิธีแก้ไขปัญหาโรครากเน่าโคนเน่า!

โรคเน่าคอดินเป็นโรคทุเรียนที่สร้างความเสียหายมากให้กับผู้ที่ปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก มีอาการเน่าที่โคนต้นจะมีใบด้านสลด และไม่เป็นมัน สีใบเริ่มเหลืองและร่วง กิ่ง หรือที่ผิวเปลือกของต้นทุเรียนคล้ายมีคราบน้ำเกาะติดโดยสภาพที่ต้นทุเรียนจะเกิดจุดฉ่ำน้ำและมีน้ำเยิ้มออกมาเนื้อเยื่อและเปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และลุกลามจนต้นตายลง สาเหตุของการเกิดโรค เกิดจากเชื้อราไฟทอปทอร่า (Phytophthora palmivora (Buller) Butler) ซึ่งเป็นเชื้อราที่จะอาศัยอยู่ในดิน ซึ่งเชื้อราไฟทอปทอร่าจะเข้าไปทำลายพืชได้อย่างรุนแรง และรวดเร็ว ซึ่งชื่อของไฟทอปทอร่าก็มีความหมายเป็นผู้ทำลาย ซึ่งความเสียหายจากเชื้อราตัวนี้จะมากน้อยแค่ไหนก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วยเช่นเป็นพื้นที่หรืออยู่ในฤดูที่ฝนตกบ่อย ลมพายุพัดผ่านก็จะเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคระบาดได้อย่างรุนแรงนั่นเอง การแพร่ระบาดของโรค พื้นที่เพาะปลูกทุเรียนนั้นมีความสำคัญอย่างมากในการปลูกทุเรียน โดยพื้นที่ที่เหมาะสมกับการแพร่ระบาดจะเป็นบริเวณที่มีฝนตกชุกตลอดเวลาทำให้ดินชื้อและแฉะอยู่ตลอดเวลา มีความชื้นสูง ลมพายุพัดผ่าน ทำให้การแพร่ระบาดของโรคนี้เกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วเป็นวงกว้าง และนอกจากนี้สปอร์ซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของโรคนี้ยังมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ดีอีกด้วย วิธีป้องกันการเกิดโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียนสำหรับผู้ที่เริ่มปลูกทุเรียน เริ่มจากการปรับสภาพดินบริเวณหลุมที่จะปลูกด้วนปูนขาว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ รองก้นหลุมที่จะปลูกด้วยเชื้อราไตรโคโดรม่า หลังจากปลูกต้นทุเรียนลงในหลุมให้โรยเชื้อจุลินทรีย์ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกและรำข้าวในอัตรา ( 1 : 50 – 100 : 4 กก. )   วิธีป้องกันกำจัดเมื่อเกิดโรครากเน่าโคนเน่าขึ้นแล้ว เริ่มจากให้ทำการขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออกแล้วทาแผลด้วยปูนแดงหรือสารป้องกันโรคพืช ทาแผลด้วยปูนแดงหรือสารป้องกันกำจัดเชื้อราและโรคพืช หากมีอาการรุนแรงที่ลำต้นหรือกิ่งใหญ่ ใช้ฟอสฟอรัส 40% ฉีดที่ลำต้นส่วนที่เป็นเนื้อไม้ดี ใกล้บริเวณที่เป็นโรค/หรือฉีดเข้าลำต้นเหนือระดับดิน หว่านจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่าไว้รอบโคน ผสม ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก และรำข้าว ในอัตรา ( 1 : […]

ทำความรู้จักสารจับใบ ของจำเป็นที่ชาวเกษตรต้องมี!

ทำความรู้จักสารจับใบ ของจำเป็นที่ชาวเกษตรต้องมี!

สารจับใบ ( Surfactant ) เป็นสารที่จะช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำ มักจะใช้ร่วมกับปุ๋ยยา เพื่อให้ปุ๋ยยาที่มช้ฉีดใส่พืชเป็นละอองขนาดเล็กให้การจายไปทั่วต้นได้ดี ช่วยให้แห้งไว ปุ๋ยยาที่ใช้เกาะติดกับผิวใบได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ปุ๋ยยาซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสทิธิภาพของปุ๋ยยา และยังป้องกันการอุดตันของหัวฉัด สารจับใบ มีประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารของพืช หากใช้ในปริมาณที่มากไป มันจะไปล้างเอาไขที่ผิวของพืชออก ทำให้พืชไม่มีระบบป้องกันการสูญเสียน้ำจากใบ ใบจะบาง ไม่มีไขจึงถึงขั้นเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เช่น ใบไหม้ จึงควรใช้ในปริมาณน้อย สารจับใบ สำหรับชีวภัณฑ์นั้นจะใช้ผสมน้ำฉีดพ่นร่วมกับชีวภัณฑ์ต่างๆ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา, เชื้อราบิววาเรีย, เชื้อราเมธาไรเซียม, เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส เชื้อแบคทีเรียบีที เชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ รวงปุ๋ยทางใบทุกชนิด สารกำจัดวัชพืช และสารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด สารจับใบไดโนเร็กซ์! เหมาะสำหรับชาวเกษตรกรที่กำลังหาจุลินทรีย์ชีวภัณฑ์ ปลอดสารเคมีช่วยให้พืชของคุณได้รับปุ๋ยยาอย่างเต็มที่!! คุณสมบัติของสารจับใบไดโนเร็กซ์!  ช่วยเปิดปากใบพืช เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหาร ไม่เป็นคราบตามใบ ไม่ทำลายนวลของผลพืช ปลอดภัยไร้สารเคมี ติดทน !!ติดนาน !! *ที่สำคัญ!! ทนต่อการชะล้าง ของลม และฝน มี 2 ขนาดให้เลือก – 250 ซีซี ราคา 99.- – 1 […]

มารู้จักเพลี้ยไฟและวิธีป้องกันกำจัด

มารู้จักเพลี้ยไฟและวิธีป้องกันกำจัด

เพลี้ยไฟ แมลงร้ายศัตรูพืช เพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟ (Bagnall) เป็นแมลงจำพวกปากดูด ขนาดเล็กลำตัวยาว ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร มีทั้งชนิดมีปีกและไม่มีปีก ตัวเต็มวัยมีสีดำ ตัวอ่อนสีเหลืองอ่อน ตัวเต็มวัยวางไข่ในเนื้อเยื่อของใบข้าว ตัวอ่อน มี 2 ระยะ ระยะเวลาตั้งแต่ตัวอ่อนถึงตัวเต็มวัยนานประมาณ 15 วัน  เพลี้ยไฟจะระบาดทำลายรุนแรงในฤดูร้อนหรือสภาพอากาศร้อนแห้งแล้ง โดยเฉพาะในระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม แต่อย่างไรก็ตามในสภาพบ้านเรา การขยายพันธุ์หรือการระบาดของเพลี้ยไฟมีได้ตลอดปี แต่อาจจะรุนแรงเป็นระยะ ๆ   ลักษณะการทำลาย วิธีการทำลายพืชของเพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟจะใช้กรามข้างซ้าย เขี่ยเนื้อเยื้อ เซลล์พืช ก่อนจากนั้นจะใช้ปากดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ทำให้พืชตาย ส่วนของพืชที่ถูกเพลี้ยไฟทำลาย สังเกตได้ง่าย คือ จะมีอาการหงิกงอ เป็นคลื่น มีสีขาวซีด     3 วิธีป้องกันและกำจัด วิธีที่1 ต้องหมั่นสำรวจและทำความสะอาดแปลง เพื่อช่วยลดการ สะสมของแมลงศัตรูพืช และการรดน้้าโดยใช้บัวรดหรือฉีดด้วยสายยางให้น้ำเป็นฝอยโดนยอด วิธีที่2 ใช้สารสกัดจากพืช เช่น สารสะเดาสามารถช่วยลดปริมาณการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืชได้ การใช้กับดักแมลง เช่นกับดักกาวเหนียวสีเหลืองอัตรา 80-100 กับดัก/ไร่ สามารถช่วยลดปริมาณของเพลี้ยไฟ วิธีที่3 กรณีที่เริ่มมีการระบาดให้ใช้จุลินทรีย์ เชื้อบิวเวอร์เรีย […]

ตัวแทนจำหน่าย อาชีพยอดฮิตเสริมสร้างรายได้!

ตัวแทนจำหน่าย อาชีพยอดฮิตเสริมสร้างรายได้!

ในปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่รายได้ที่เรามีนั้นยังเท่าเดิมทำให้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายของคนในยุคปัจจุบัน ทำให้หลายๆคนเลือกที่จะออกมาหารายได้เสริมกันมากมายไม่ว่าจะหางานพาร์ทไทม์ รับจ้างพิเศษ ปลูกผักขาย ขายอาหาร ขับรถส่งอาหาร แต่อาชีพเสริมที่เป็นที่นิยมที่สุดในขณะนี้หรือบางคนเลือกทำเป็นงานประจำก็คือการ “ขายสินค้าออนไลน์ ” ซึ่งแต่ละงานก็เป็นงานที่ส่งผลดีในการเพิ่มรายได้ทั้งหมด แต่ยังมีอีกช่องทางนึงที่จะสามารถทำให้คนที่สนใจอยาก “ขายสินค้าออนไลน์” สามารถขายสินค้าได้โดยใช้เงินลงทุนเพียงไม่กี่บาท ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องแพ็คสินค้าและจัดส่งด้วยตัวเอง ช่วยอำนวยความสะดวกให้อย่างมาก นั่นก็คือการเป็น “ ตัวแทนจำหน่าย” ซึ่งเราสามารถเลือกรูปแบบการเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ว่าจะสต๊อกสินค้าไปขายสำหรับคนมีหน้าร้านหรือจะเลือกไม่สต๊อกสินค้าแต่จะส่งออเดอร์มาให้บริษัททางบริษัทก็จะทำการจัดส่งสินค้าให้ โดยตัวแทนก็จะได้รับกำไรไปเต็มๆในทุกๆออเดอร์ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นถึงตัวแทนจำหน่ายที่มี 2 ประเภทให้เลือกตามความสะดวกของแต่ละคน ตัวแทนจำหน่ายแบบสตีอกสินค้า เป็นตัวแทนประเภทที่มีสินค้าอยู่ในมือจากการซื้อสินค้าราคาต้นทุนกับบริษัทมาสต๊อกไว้ที่หน้าร้านของตนเองเพื่อขาย เป็นการซื้อขาดโดยตัวแทนจำต้องซื้อสินค้าขั้นต่ำตามที่บริษัทกำหนด และนำสินค้านั้นไปขายโดยบวกกำไรจากการขายปลีก ข้อดี  สะดวกในการขายมีสินค้าให้ลูกค้าทันที ได้กำไรที่เยอะเนื่องจากได้สินค้ามาในราคาต้นทุน มีส่วนลดเยอะกว่า เนื่องจากซื้อคราวละเยอะๆ   ข้อเสีย ต้องใช้ต้นทุนในการสต๊อกสูง ต้องมีสถานที่สต๊อกสินค้า ต้องแพ็คส่งสินค้าเองกรณีต้องส่งสินค้าให้ลูกค้า มีความเสี่ยงที่สินค้าจะขายไม่ออก ตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า เป็นตัวแทนที่ไม่ได้มีสินค้าอยู่ในมือ มีหน้าที่ทำการโพสขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และนำออเดอร์ที่ได้ พร้อมโอนค่าสินค้า ( ราคาต้นทุน+ค่าส่ง ) ให้บริษัทเพื่อที่บริษัทจะได้ทำการแพ็คสินค้าและส่งให้ลูกค้าในนามตัวแทนจำหน่าย ข้อดี ใช้ต้นทุนน้อยไม่มีต้นทุนในการสต๊อก ไม่ต้องแพ็คส่งสินค้าเอง ความเสี่ยงในการขายน้อย   ข้อเสีย กำไรในการขายแต่ละชิ้นไม่สูงเท่าแบบสต๊อกสินค้า ต้องใช้เวลาในการส่งสินค้าให้ลูกค้า   ซึ่งตัวแทนแต่ละประเภทก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปแต่ความเสี่ยงก็น้อยกว่าการลงทุนเป็นเจ้าของกิจการด้วยตัวเอง ด้วยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ทำให้ […]

ทำไมตัวแทนจำหน่ายจึงเป็นที่นิยม?

ทำไมตัวแทนจำหน่ายจึงเป็นที่นิยม?

สมัยนี้การ “ขายสินค้าออนไลน์” ถือว่าเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากเนื่องจากง่ายและสะดวกต่อการเข้าถึงเหล่าลูกค้า การโปรโมททำให้ร้านของเราเป็นที่รู้จัก แถมยังไม่มีต้นทุนในด้านของการเช่าพื้นที่เพื่อทำหน้าร้านไว้จำหน่ายสินค้า เพราะเราสามารถมีหน้าร้านช่องทางออนไลน์ที่ทำได้ไม่มีค่าใช้จ่าย จะเสียก็แค่ค่าโปรโมทโฆษณา ค่าสต๊อกสินค้าและวัสดุแพ็คสินค้ารวมถึงค่าส่งเท่านั้น ทำให้หลายๆคนหันมาทำธุรกิจ “ขายสินค้าออนไลน์” กันเองมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นการทำร้าน “ขายสินค้าออนไลน์” ด้วยตนเองก็ยังมีค่าใช้จ่ายพอสมควรไม่ว่าจะค่าสต๊อกสินค้า ค่าแพ็คส่งสินค้า หรือสำหรับบางคนที่ผลิตสินค้าเองด้วยแล้วก็ยิ่งมีค่าผลิตสินค้า ค่าโปรโมทแบรนด์ เพิ่มขึ้นมาอีก จึงทำให้สำหรับคนที่มีเงินลงทุนน้อยนั้นเข้าถึงได้ไม่มากเท่าคนที่มีเงินทุนมากกว่า แต่มีอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์คนที่อยาก “ขายสินค้าออนไลน์” ด้วยการเปิดหน้าร้านของตนเอง โดยไม่ต้องมีเงินลงทุนเยอะนั่นก็คือ “ตัวแทนจำหน่าย” บริษัทหลายบริษัทนั้นรับสมัคร “ตัวแทนจำหน่าย” เพื่อให้ตัวเองได้ยอดขายที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มีเงินลงทุนน้อยแต่อยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย หรือ Win to Win  ที่บริษัทได้ยอดขายเพิ่ม ส่วนตัวแทนก็สามารถขายสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานโดยที่ไม่เสียค่าผลิต ค่าสต๊อกสินค้า ค่าแพ็ครวมถึงค่าส่งสินค้า และนอกจากนี้ยังไม่ต้องรับความเสี่ยงในตัวแบรนด์สินค้าอีกด้วย ทำให้ในปัจจุบันระบบตัวแทนจำหน่ายจึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจออนไลน์เป็นของตนเองแต่มีเงินลงทุนน้อยและไม่อยากรับความเสี่ยง   “บริษัทไอเอฟเคแล็บ” บริษัทรับจ้างผลิตปุ๋ย และขายสินค้าจุลินทรีย์ชีวภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ เจ้าทิพย์และไดโนเร็กซ์ ได้ทำการเปิดโอกาสรับสมัคร “ตัวแทนจำหน่าย” ให้ผู้ที่มีเงินลงทุนน้อยแต่สนใจอยากทำธุรกิจขายออนไลน์เจาะกลุ่มลูกค้าเกษตรกรด้วยสินค้าคุณภาพได้มาตราฐานของ “ไอเอฟเคแล็บ” “ตัวแทนจำหน่าย” สามารถเลือกได้ว่าจะสต๊อกสินค้าไว้ขายหน้าร้านหรือ ไม่สตีอกสินค้าขายสินค้าผ่านหน้าร้านออนไลน์ของตนเองเมื่อได้ออเดอร์แล้วนำออเดอร์พร้อมยอด (ราคาต้นทุน+ค่าส่ง) มาให้บริษัททางบริษัทก็จะทำการส่งสินค้าให้ในนามตัวแทน โดยตัวแทนจำหน่ายก็จะได้กำไรจากการขาย   ไม่มีค่าใช้จ่ายในการผลิต ไม่ต้องมีค่าเช่าหน้าร้านขายผ่านออนไลน์ ไม่ต้องมีค่าสต๊อกสินค้า ไม่ต้องมีค่าแพ็คและส่งสินค้า […]

โรคเชื้อราพืชฤดูฝน EP.2

โรคเชื้อราพืชฤดูฝน EP.2

เชื้อราในพืช ถือว่าเป็นสา เหตุหลักของการเกิดโรคในพืชที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นโรคที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากการระบาดมักมาพร้อมกับดิน ลม ฝน น้ำ และวัชพืชอยู่ตลอดทั้งปี เป็นโรคที่พืชเเสดงอาการผิดปกติออกมา โดยบริเวณพืชที่เกิดโรคหรือแสดงอาการของโรค มักจะมีสัญลักษณ์ของเชื้อรา เช่น เส้นใย สปอร์ เกิดขึ้น เป็นโรคที่สร้างผลกระทบและความเสียหายให้กับเกษตรกรได้ในวงกว้าง จากคราวที่แล้วเรามาดูกันต่อดีกว่าว่าโรคเชื้อราพืชที่เกิดในฤดูฝนจนทำให้เกษตรกรหลายคนกลุ้มใจยังมีโรคอะไรอีกบ้าง โรคขอบใบแห้ง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซานโทโมนาส ( Xanthomonas oryzae pv. oryzae (ex Ishiyama) Swings et al ) พบมากในนาน้ำฝน อาการโรคนี้เป็นได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้าจะมีจุดช้ำเล็กๆที่ขอบใบของใบล่าง และจะขายากลายเป็นทางสีเหลืองยาวตามใบข้าว ใบที่เป็นโรคจะแห้งเร็ว ส่วนสีเขียวจะจางลงเป็นสีเทา จนกระทั่งใบที่ขอบมีรอยขีดช้ำและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เป็นโรคที่สามารถระบาดต่อได้ทางน้ำ และสภาพที่มีฝนตก โรคราดำ เกิดจากเชื้อราหลายๆชนิด เชื้อราหลายชนิด ที่พบบ่อยๆ เช่น เชื้อรา แคปโนเดี่ยม ( Capnodium sp. และ Meliola sp. ) จะทำให้พืชผักของเรา มีลักษณะเป็นผงสีดำขึ้นปกคลุมส่วนต่างๆของพืช เช่น กิ่ง ช่อดอก ดอก […]