จากดินแน่นเป็นดินร่วน ภายใน 30 วัน ด้วยอินทรีย์แท้

การเสื่อมโทรมของโครงสร้างดินเป็นปัญหาสำคัญในระบบการผลิตพืชไร่ โดยเฉพาะมันสำปะหลังซึ่งปลูกซ้ำในพื้นที่เดิมหลายปี ดินที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่องโดยขาดการเติมอินทรียวัตถุ มักมีปัญหาความแน่นทึบ การซึมผ่านของน้ำลดลง และการแลกเปลี่ยนก๊าซภายในดินบกพร่อง ส่งผลให้ระบบรากพืชไม่สามารถแผ่ขยายได้ดี บทความนี้นำเสนอผลการศึกษาการใช้วัสดุอินทรีย์แท้เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินให้กลับมาร่วนซุย ภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน โดยอาศัยกลไกทางกายภาพ เคมี และชีวภาพร่วมกัน
1. ภูมิหลังและความสำคัญของปัญหา
ดินแน่น (Soil Compaction) เป็นภาวะที่ช่องว่างอากาศระหว่างอนุภาคดินลดลง ส่งผลให้ความหนาแน่นรวม (Bulk Density) เพิ่มขึ้นเกิน 1.6 g/cm³ ในดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียว ซึ่งเป็นค่าที่กระทบต่อการเจริญของรากพืชอย่างชัดเจน (Taylor & Gardner, 1963) การเกิดดินแน่นมักสัมพันธ์กับการใช้เครื่องจักรหนัก การขาดอินทรียวัตถุ และการปลูกพืชซ้ำโดยไม่ปรับสภาพดิน
2. กลไกการฟื้นโครงสร้างดินของอินทรียวัตถุแท้
2.1 กลไกทางกายภาพ
อินทรียวัตถุ เช่น กากถั่ว เปลือกพืช หรือปุ๋ยอินทรีย์เม็ด ช่วยเพิ่ม อนุภาคคอลลอยด์ (Soil Colloid) ซึ่งทำหน้าที่จับอนุภาคดินให้เกิดการรวมตัว (Aggregation) การเกิด Aggregates ที่มีขนาด 0.252.0 มม. จะเพิ่มช่องว่างในดิน (Porosity) ทำให้อากาศและน้ำซึมผ่านได้ดีขึ้น (Six et al., 2004)
2.2 กลไกทางเคมี
สารฮิวมิคแอซิด (Humic Acid) และฟุลวิคแอซิด (Fulvic Acid) ในวัสดุอินทรีย์ มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนที่มีหมู่คาร์บอกซิล (-COOH) และไฮดรอกซิล (-OH) ทำให้สามารถจับกับไอออนบวก เช่น Ca², Mg², Fe² ได้ดี เกิดเป็น สะพานแคลเซียม (Calcium Bridge) ที่เชื่อมอนุภาคดินเข้าด้วยกันอย่างเสถียร ส่งผลให้ดินจับตัวกันแบบหลวมและร่วนซุย
2.3 กลไกทางชีวภาพ
เมื่อเติมอินทรียวัตถุแท้ลงในดิน จะเป็นแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ดิน เช่น Actinomycetes, Bacillus, และ Trichoderma ที่ช่วยผลิตโพลีแซ็กคาไรด์และกรดอินทรีย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น กาวชีวภาพ (Biological Glue) ช่วยจับอนุภาคดินและเพิ่มเสถียรภาพของโครงสร้างดิน (Rillig et al., 2002)
3. ผลการทดลองและการเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน
ผลการศึกษาภาคสนามในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังจังหวัดชัยภูมิ (2567) โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์แท้ 100% อัตรา 300 กก./ไร่
พบว่า : 1. ความหนาแน่นรวมของดินลดลงจาก 1.59 สู่ 1.38 g/cm³
2. ค่าการซึมผ่านน้ำเพิ่มขึ้น 35%
3. ปริมาณอินทรียวัตถุในดินเพิ่มขึ้นจาก 1.2% 2.4%
4. ความหนาแน่นของรากต่อหน่วยพื้นที่เพิ่มขึ้น 28%
5. พืชมีการแตกใบอ่อนและลงหัวเร็วขึ้น
ค่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นภายใน 30 วันหลังใส่อินทรียวัตถุ เนื่องจากดินเริ่มเกิดกระบวนการ Aggregation ใหม่และจุลินทรีย์กลับมาทำงานอย่างสมดุล
4. แนวทางปฏิบัติในภาคเกษตร
- ใส่ปุ๋ยอินทรีย์แท้หรือวัสดุหมักสุก 200-400 กก./ไร่ ก่อนปลูก หรือระหว่างพืชอายุ 23 เดือน
- พรวนกลบให้ลึก 1015 ซม. เพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์ทำงานในเขตราก
- หากใช้ในระบบมันสำปะหลัง แนะนำให้ใช้ร่วมกับกรดฮิวมิคหรืออะมิโนในช่วงฟื้นฟูดินหลังฝน
5. สรุปผลและข้อเสนอแนะ
อินทรียวัตถุแท้เป็นหัวใจของการฟื้นฟูดินในระยะสั้นและยั่งยืนในระยะยาว กลไกทางกายภาพ เคมี และชีวภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้ดินแน่นสามารถเปลี่ยนเป็นดินร่วนได้ภายใน 30 วัน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้รากพืชขยายตัวดี แต่ยังเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ ดูดซับธาตุอาหาร และลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Taylor, H. M., & Gardner, H. R. (1963). Penetration of cotton roots as influenced by bulk density, moisture content, and strength of soil. Soil Science, 96(3), 153156.
Six, J., Bossuyt, H., Degryze, S., & Denef, K. (2004). A history of research on the link between (micro)aggregates, soil biota, and soil organic matter dynamics. Soil and Tillage Research, 79(1), 731.
Rillig, M. C., Wright, S. F., Nichols, K. A., Schmidt, W. F., & Torn, M. S. (2002). Large contribution of arbuscular mycorrhizal fungi to soil carbon pools in tropical forest soils. Plant and Soil, 233, 167177.
กรมวิชาการเกษตร. (2566). รายงานการวิจัยการปรับปรุงโครงสร้างดินด้วยอินทรียวัตถุในพื้นที่ปลูกพืชไร่. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
ภาควิชาปฐพีศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2567). การฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมด้วยอินทรียวัตถุธรรมชาติในระบบปลูกมันสำปะหลัง.
#มันสำปะหลัง #ดินแน่น #ดินร่วน
#ปุ๋ยเจ้าทิพย์ #ปุ๋ยอินทรีย์แท้ #ฟื้นดินเสื่อม
#ระบบรากแข็งแรง #เกษตรยั่งยืน
#เกษตรอินทรีย์ #ifklab #ปุ๋ยอินทรีย์ซีต้า


